ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ (Terms and Conditions of Service)
Icarrier Shipping

ประกาศ ณ วันที่: [30 กันยายน 2568]
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่: [31 ตุลาคม 2568]


หมวดที่ 1 : บทนำและคำจำกัดความ

1.1 บทนำ
เอกสารฉบับนี้เป็นข้อตกลงระหว่าง Icarrier Shipping ("Icarrier") กับ ผู้ใช้บริการ ("ลูกค้า") เกี่ยวกับการใช้บริการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ("บริการ")
การใช้บริการของ Icarrier ถือว่าลูกค้าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับข้อตกลงนี้โดยสมบูรณ์

1.2 คำจำกัดความ

  • "บริการ" หมายถึง บริการสั่งซื้อแทน, ขนส่ง, นำเข้า, และส่งต่อสินค้าให้แก่ลูกค้าภายในประเทศไทย
  • "โกดังญี่ปุ่น" หมายถึง สถานที่จัดเก็บสินค้าชั่วคราวในประเทศญี่ปุ่นซึ่ง Icarrier เป็นผู้กำหนด
  • "โกดังไทย" หมายถึง สถานที่รับสินค้าภายในประเทศไทยซึ่ง Icarrier จัดการขนส่งต่อให้ลูกค้า
  • "Tracking" หมายถึง หมายเลขติดตามพัสดุที่ Icarrier จัดทำให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้
หมวดที่ 2 : ขอบเขตการให้บริการ

1. Icarrier ให้บริการเป็นตัวแทนในการจัดซื้อและนำเข้าสินค้าจากเว็บไซต์ในประเทศญี่ปุ่น เช่น Mercari, Yahoo Auction, PayPay Flea Market, Rakuten, Amazon Japan, Mandarake และเว็บไซต์อื่นตามที่ Icarrier ประกาศไว้

2. Icarrier ทำหน้าที่เป็น "ตัวแทนสั่งซื้อและขนส่งสินค้า" เท่านั้น

3. Icarrier ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ขายต้นทาง และไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้องของรายละเอียดสินค้า, คุณภาพสินค้า, หรือการส่งสินค้าจากผู้ขายต้นทางมายังโกดังญี่ปุ่น

หมวดที่ 3 : เงื่อนไขการสั่งซื้อสินค้า

1. เมื่อ Icarrier ได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว ถือว่าคำสั่งซื้อนั้นได้รับการยืนยันโดยสมบูรณ์ ไม่สามารถยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือขอคืนเงินได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ

2. การสั่งซื้อสินค้าผ่าน Icarrier ต้องดำเนินการผ่านช่องทางที่ Icarrier กำหนดเท่านั้น เช่น เว็บไซต์หลัก LINE Official Account หรือช่องทาง Facebook / Instagram / Website อย่างเป็นทางการของ Icarrier

3. ลูกค้าต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้าให้ครบถ้วนก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ รวมถึงภาพสินค้า รายละเอียด ขนาด สี รุ่น ราคา และเงื่อนไขอื่น ๆ จากผู้ขายต้นทาง Icarrier ไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดจากข้อมูลที่ผู้ขายระบุหรือให้ไว้ไม่ถูกต้อง

4. Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธหรือระงับคำสั่งซื้อที่เข้าข่ายเสี่ยง เช่น

  • สินค้าที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
  • สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
  • สินค้าที่อาจขัดต่อกฎหมายศุลกากร หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อ Icarrier หรือบุคคลภายนอก
  • รายการที่ไม่สามารถดำเนินการนำเข้าได้อย่างถูกต้องตามระเบียบของประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศไทย

5. Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือยกเลิกรายการสั่งซื้อในกรณีที่ผู้ขายให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายฉ้อโกงทางธุรกรรม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

หมวดที่ 4 : การจัดส่งสินค้าไปโกดังญี่ปุ่น

1. ลูกค้าต้องขอรับ รหัสลูกค้า (User ID) จากระบบของ Icarrier ก่อนการสั่งซื้อหรือส่งสินค้ามายังโกดังญี่ปุ่น เพื่อใช้ระบุสินค้าของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างถูกต้อง หากไม่ได้ใช้รหัสที่ถูกต้อง Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความสูญหาย ความล่าช้า หรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

2. ลูกค้าต้องระบุรหัสลูกค้า (User ID) ให้ถูกต้องในทุกครั้งที่ส่งสินค้ามายังโกดังญี่ปุ่น หาก Icarrier ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของลูกค้ารายใด Icarrier อาจระงับการรับสินค้าไว้ชั่วคราวหรือจัดเก็บไว้จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากลูกค้า

3. Icarrier ไม่รับผิดชอบต่อความสูญหายหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการไม่ระบุรหัสลูกค้า การระบุรหัสผิด หรือการใช้รหัสของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

4. หากมีสินค้าถูกจัดส่งมายังโกดังโดยไม่มีข้อมูลแจ้งล่วงหน้าหรือไม่มีข้อมูลอ้างอิงจากลูกค้า Icarrier จะเก็บรักษาไว้ไม่เกิน 30 วัน และหากเกินกำหนดดังกล่าว Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และอาจมีค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บ (Storage Fee)

หมวดที่ 5 : ความเสียหาย ชำรุด หรือสูญหาย

1. Icarrier ไม่รับผิดชอบ ต่อความเสียหายจากสภาพสินค้าเดิม เช่น รอยขีดข่วน, กล่องบุบ, ของสะสมเก่าหรือมือสอง, หรือความไม่ตรงปกจากผู้ขายต้นทาง

2. Icarrier จะรับผิดชอบเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้น ระหว่างการขนส่งจากโกดังญี่ปุ่นมายังโกดังไทยเท่านั้น และต้องมีหลักฐานตรวจสอบได้ชัดเจน

3. การเคลมต้องแจ้งภายใน 48 ชั่วโมง หลังได้รับสินค้า พร้อมหลักฐานรูปถ่ายและหมายเลข Tracking

หมวดที่ 6 : การรับผิดชอบกรณีสินค้าสูญหายระหว่างทาง

หากสินค้าสูญหายระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศ Icarrier จะรับผิดชอบตามมูลค่าสินค้าที่ลูกค้าชำระจริง (ไม่รวมค่าขนส่ง) หรือชดเชยสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบจาก Icarrier ขนส่งหลักที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 7 : สินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุม

Icarrier ไม่รับสั่งซื้อหรือขนส่ง สินค้าดังต่อไปนี้:

1. สินค้าละเมิดกฎหมายและศีลธรรม

  • สินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท ทั้งตามกฎหมายไทยและญี่ปุ่น
  • วัตถุหรือสิ่งลามกอนาจารทุกชนิด
  • อาวุธทุกประเภท รวมถึง สินค้าที่มีรูปลักษณ์คล้ายอาวุธ เช่น ปืนของเล่น, ปืน BB Gun, หรือของมีคมทุกชนิดที่สแกนแล้วเห็นเป็นรูปทรงอาวุธ

2. สินค้าควบคุมและสินค้าอันตราย

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า/ไวน์), บุหรี่ และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท
  • วัตถุไวไฟและก๊าซทุกชนิด เช่น สเปรย์ฉีดผม, น้ำหอม, แก๊สกระป๋อง
  • สารเคมีและเคมีภัณฑ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็น "ผง" ทุกชนิด (เช่น ผงมัทฉะ, แป้งประกอบอาหาร) เนื่องจากข้อจำกัดทางศุลกากร
  • วัตถุอันตราย, สารเคมี, แบตเตอรี่ลิเธียม (ทั้งแบบแยกและแบตเตอรี่ภายในตัวเครื่อง เช่น โน้ตบุ๊ก, โทรศัพท์, กล้อง)

3. สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะทาง

  • ยา, อาหารเสริม หรือเครื่องสำอางที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย.
  • สัตว์มีชีวิต, ซากสัตว์, งาช้าง, พืช, เมล็ดพันธุ์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์เขาสัตว์
  • ของเหลวทุกชนิด (เนื่องจากเสี่ยงต่อการรั่วซึมและเสียหายต่อพัสดุชิ้นอื่น)

4. สินค้ามูลค่าสูงและวัตถุโบราณ

  • เหรียญ, เงินสด, ทองคำ, อัญมณี, พระเครื่อง, และวัตถุโบราณทุกชนิด

5. สินค้าที่ต้องตรวจสอบก่อนจัดส่ง

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด: ลูกค้าจำเป็นต้องส่งรายละเอียดสินค้า (เช่น ชื่อรุ่น, ภาพถ่าย, สเปกเครื่อง) ให้ทางบริษัทฯ ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ เพื่อยืนยันว่าสามารถนำเข้าได้ตามข้อกำหนดปัจจุบัน

หมายเหตุ: รายการสินค้าข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของศุลกากรและสายเรือ โปรดสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง หากลูกค้าฝ่าฝืน Icarrier มีสิทธิ์ปฏิเสธการขนส่งและของจะถูกยึดตามกฎหมายโดยไม่คืนเงิน

หมวดที่ 8 : การรับสินค้าและการจัดส่ง

1. สินค้าทุกชิ้นจะถูกส่งจากโกดังญี่ปุ่นมายังโกดังไทยโดยทางเรือ โดยใช้เวลาประมาณ 25–30 วันทำการ ระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ขนส่งระหว่างประเทศหรือพิธีการศุลกากร

2. เมื่อสินค้ามาถึงโกดังไทย Icarrier จะทำการชั่งน้ำหนักจริงและคำนวณค่าขนส่งตามอัตราที่กำหนด

3. Icarrier จะจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าภายในประเทศไทยโดยใช้ผู้ให้บริการขนส่งภายในประเทศ (เช่น DHL, Flash, Kerry หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม)

หมวดที่ 9 : ความล่าช้าและเหตุสุดวิสัย

Icarrier ไม่รับผิดชอบ ต่อความล่าช้าที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ, การตรวจศุลกากร, ปัญหาขนส่งระหว่างประเทศ, หรือเหตุอื่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Icarrier

หมวดที่ 10 : การเปลี่ยนแปลงราคาและข้อตกลง

1. Icarrier มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ ค่าขนส่ง หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

2. ลูกค้าที่ใช้บริการหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงถือว่ายอมรับข้อตกลงใหม่โดยปริยาย

หมวดที่ 11 : กฎหมายที่ใช้บังคับ

ข้อตกลงนี้อยู่ภายใต้บังคับแห่ง กฎหมายไทย และศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทยจะเป็นศาลที่ใช้พิจารณาข้อพิพาท

หมวดที่ 12 : ความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักพัสดุ

1. Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ในการคำนวณน้ำหนักตามเครื่องชั่งที่โกดังไทย ซึ่งถือเป็นข้อมูลสุดท้ายในการคิดค่าขนส่ง

2. กรณีสินค้าชนิดเบาแต่มีขนาดใหญ่ อาจถูกคิดตาม "น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)" ตามหลักสากล

หมวดที่ 13 : การประกันสินค้าฝั่งขาเข้าไทย

1. Icarrier มีระบบติดตามสถานะสินค้า (Tracking) สำหรับทุกพัสดุ และรับประกันเฉพาะกรณีสินค้า สูญหายระหว่างขนส่งข้ามประเทศเท่านั้น

2. สินค้าตามรายละเอียดต่อไปนี้จะไม่อยู่ในขอบเขตการรับผิดชอบของ Icarrier
- สินค้าประเภทแตกง่าย เช่นแก้ว เซรามิก
- ความเสียหายที่เกิดจากพัสดุหรือสิ่งของด้านใน เช่น สิ่งของรั่วไหล
- เกิดจากการบรรจุหีบห่อไม่ดีพอหรือไม่เหมาะสม
- ความสูญเสีย ความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากการประพฤติมิชอบโดยเจตนาของลูกค้าหรือตัวแทนของลูกค้า

หมวดที่ 14 : พัสดุที่ไม่มีหมายเลขติดตาม

หากลูกค้าเลือกวิธีจัดส่งที่ไม่มีหมายเลขติดตาม (No Tracking) Icarrier จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหาย ความล่าช้า หรือสินค้าชำรุด ทุกกรณี

หมวดที่ 15 : พัสดุขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก

สำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือเกินเกณฑ์มาตรฐาน (เช่น เครื่องดนตรี, ล้อรถยนต์, ของตกแต่งบ้าน) Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ในการคำนวณค่าขนส่งตาม ปริมาตร (Volumetric Weight) หรือเรทพิเศษที่แตกต่างจากปกติ

หมวดที่ 16 : การยอมรับข้อตกลง

1. การใช้บริการทุกครั้งถือว่าลูกค้าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดโดยสมบูรณ์

2. หากลูกค้าไม่เห็นด้วยกับข้อใดข้อหนึ่ง กรุณางดใช้บริการของ Icarrier

หมวดที่ 17 : การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

1. Icarrier ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างเคร่งครัด

2. ข้อมูลที่เก็บรวบรวม: เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า

3. วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล: Icarrier จะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ จัดส่งสินค้า ติดต่อสอบถาม หรือแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

4. การเปิดเผยข้อมูล: Icarrier จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลที่สาม ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนด หรือจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตรขนส่ง

หมวดที่ 18 : การคืนเงินหรือยกเลิกรายการสั่งซื้อ

1. เมื่อคำสั่งซื้อได้รับการยืนยันและดำเนินการแล้ว Icarrier ขอสงวนสิทธิ์ ไม่คืนเงินทุกกรณี เว้นแต่เกิดจากความผิดพลาดของIcarrierเอง

2. ในกรณีที่ผู้ขายต้นทางยกเลิกคำสั่งซื้อ Icarrierจะคืนเงินเต็มจำนวนให้ลูกค้าภายใน 7 วันทำการ

3. การคืนเงินจะดำเนินการตามช่องทางการชำระเงินเดิมที่ลูกค้าใช้เท่านั้น

หมวดที่ 19 : ข้อปฏิบัติและข้อควรระวังสำหรับลูกค้า

ข้อควรระวังในการสั่งสินค้า

การบรรจุภัณฑ์: ในกรณีที่ลูกค้าเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าด้วยตนเอง โปรดกำชับให้ผู้ขายบรรจุสินค้ามาอย่างแน่นหนาและเหมาะสมต่อการขนส่งระหว่างประเทศ เนื่องจาก Icarrier ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมจากต้นทางได้

การแจ้งข้อมูล: ลูกค้าจำเป็นต้องแจ้งหมายเลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) ให้ทางIcarrier ทราบทันที เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการอัปเดตข้อมูลเข้าสู่ระบบ

การตรวจสอบสินค้า: Icarrier มีนโยบายไม่เปิดแกะพัสดุของลูกค้าในทุกกรณี ยกเว้นในกรณีที่ลูกค้าใช้บริการ "รวมกล่องเพื่อจัดส่งในประเทศไทย" ซึ่ง Icarrier จะดำเนินการรีแพ็ค (Re-pack) สินค้าให้เมื่อพัสดุเดินทางถึงโกดังในไทย เพื่อความสะดวกในการจัดส่ง อาจมีค่าบริการเพิ่มเติมตามที่ Icarrier กำหนด

หมวดที่ 20: การจัดส่งพัสดุภายในประเทศไทย

1. Icarrier ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งภายในประเทศเท่านั้น

2. Icarrier ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือสูญหายที่เกิดระหว่างการขนส่งในประเทศไทย แต่ยินดีช่วยประสานงานติดตามกับผู้ให้บริการขนส่งรายนั้นๆ ตามเงื่อนไขของบริษัทขนส่งดังกล่าวให้แก่ลูกค้า


ประกาศโดย Icarrier Shipping

สถานะทางกฎหมาย: เอกสารฉบับนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการออนไลน์ของ Icarrier และมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อลูกค้าเริ่มใช้บริการ โดยจัดอยู่ในรูปแบบที่สามารถใช้อ้างอิงได้จริงตามกฎหมายไทย เป็น “ข้อตกลงแบบสัญญาโดยการยอมรับทางพฤตินัย (Implied Agreement)” ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายเมื่อผู้ใช้บริการเริ่มใช้ระบบของ Icarrier